บ้านเมืองบาง

…..เป็นหมู่บ้านใหญ่แห่งหนึ่งในจังหวัดหนองคาย  และมีประวัติศาสตร์เป็นของตัวเองมาอย่างยาวนานหนึ่งในประวัติศาสตร์นั้น… คือเป็นแหล่งผลิตน้ำตาลสดมาแต่ครั้งโบราณ หากย้อนไปในอดีตสัก50ปี จากปากคำผู้อวุโสในหมู่บ้าน หมู่บ้านนี้แทบจะเป็นดงต้นตาลโตนด แม้แต่หัวไร่ปลายนา ก็เห็นตาลทอดยอดอยู่เป็นที่อาศัยของนกกา

(ครอบครัวพี่บัวเลียน+พี่แดง ที่ยังคงอนุรักษ์การทำน้ำตาลไว้คู่บ้านเมืองบาง เรียกว่าเป็นเจ้าสุดท้ายก็ได้)

     ในยุคนี้โรงงานดึงดูดผู้คนมากกว่าทุ่งนา  อาชีพทำน้ำตาลเสื่อมความนิยมลงมาก ในรอบยี่สิบปีนี้ จากเดิมที่มีนักปาดตาล 20 กว่าเจ้ากลับลดเหลือเพียงเจ้าเดียว ก่อนของดีเมืองบางจะเป็นอดีตอย่างถาวรผมจึงต้องบันทึกเรื่องนี้ไว้เสียก่อน

(ทิวทัศน์ของดงตาลที่ยังพอเหลืออยู่ )

      ปัจจุบันมีการทำน้ำตาลสดเหลืออยู่เพียงเจ้าเดียวคือครอบครัวของพี่บัวเลียนและพี่แดง พรหมโคตร (นามสกุลเก่าแก่ของหมู่บ้านครับ) พี่บัวเลียนเล่าว่ายึดอาชีพนี้เป็นอาชีพพิเศษมาตั้งแต่ปี2508 แล้ว ทุกเช้าจะมีแม่ค้าจากบ้านนาคลองมาซื้อน้ำตาลสดไปขายได้ราคากิโลละ 30 บาท

(อาชีพนี้เสี่ยงพอดูครับ  สูงมากคะเนดูสัก20เมตรเห็นจะได้)

พี่บัวเลียนต้องเก็บน้ำตาลสดตั้งแต่ตีสองเป็นรอบแรกครับ รอบสองเก็บตอนสี่โมงเย็นครับ นับว่าเป็นรายได้ที่ดีมากแต่เนื่องจากเสี่ยงอันตรายมากครับ เหมือนเพลง …… “ตาตี๋ตกต้นตาลต.ตาลตำตูดตาตี๋ตาย” นั่นแหละครับ ผู้คนเลยเลิกทำหันไปประกอบอาชีพอื่นสบายใจกว่า (ลูกเมียก็ไม่ต้องกังวล)

(ขับรถจักรถือกระบอกตาลไปหาของดีครับ)

     คนที่พี่บัวเลียนรู้จักตกต้นตาลตายก็มี,ตกมาขาหักก็มี  เดี๋ยวนี้ตาก็ไม่ดี…. เห็นทีไม่กี่ปีต้องเลิกอาชีพนี้เสียแล้ว… แม้ในปัจจุบันไม่มีคนหาน้ำตาลสดแล้ว แต่พี่บัวเลียนจะต้องเสียค่าเช่าให้แก่เจ้าของต้นตาลเป็นน้ำตาลก้อนปีละ1 กิโลกรัม แต่ก็คุ้มครับ ต้นหนึ่งให้ผลผลิตในการเก็บเกี่ยว1ฤดูกาลเป็นเงิน2-3พันบาทเลยทีเดียว คนที่พี่บัวเลียนรู้จักตกต้นตาลตายก็มี,ตกมาขาหักก็มี  เดี๋ยวนี้ตาก็ดี เห็นทีไม่กี่ปีต้องเลิกอาชีพนี้เสียแล้ว แม้ในปัจจุบันไม่มีคนหาน้ำตาลสดแล้ว แต่จะต้องเสียค่าเช่าให้แก่เจ้าของต้นตาลเป็นน้ำตาลก้อนปีละ1 กิโลกรัมทีเดียวแต่ก็คุ้มครับ ต้นหนึ่งให้ผลผลิตในการเก็บเกี่ยว1ฤดูกาลเป็นเงิน2-3พันบาทเลยทีเดียว

     การหาน้ำตาลสดนี้มีฤดูกาลที่ทำได้เพียง5เดือนคือระหว่างเดือนธันวาคม-เมษายน เมื่อฝนเดือนหกตกแล้วมาก็… ทำต่อไม่ได้เพราะน้ำตาลจะจืดและเจือด้วยน้ำฝนจนน้ำตาลเสียคุณภาพ, การขึ้นต้นตาลก็อันตรายมากเป็นหลายเท่า


ขอบคุณข้อมูลจาก… คุณหนุ่ม ดอนกอก

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here